อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ)

ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดอยนางนอน ภายในมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย เช่น ถ้ำหลวง, ถ้ำพระ, ถ้ำพญานาค, ถ้ำเลียงผา และขุนนางน้ำนอน เป็นต้น และอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวภายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนที่ได้รับความนิยม หลังภารกิจช่วยเหลือ 13 หมูป่าอะคาเดมี นั่นคือ สระมรกตขุนน้ำนางนอน ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว สระน้ำบริเวณนี้ก็ได้กลายเป็นสีเขียวมรกตใส ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้เขียวขจี บรรยากาศร่มรื่นสบายตา อากาศเย็นสดชื่น สวยงามน่าท่องเที่ยว

ถ้ำหลวง

เป็นสถานที่ ที่ผู้คนพูดถึงมาก และรู้จักกันไปทั่วโลก ถึงการกู้ภัยช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดภายในถ้ำหลวงถึง 18 วันออกมาได้ มีทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน ร่วมไปถึงชาวต่างชาติ ที่นำเครื่องมือ ระดมกำลังเข้ามาช่วยเหลือ จนสามารถช่วย13 ชีวิตออกมาจากถ้ำหลวงได้ ถ้ำหลวงเอง มีถ้ำพระซึ่งเป็นถ้ำขนาดเล็กมีโพรงกว้างพอสมควร ถ้ำหลวงมีหุบเขาโอบล้อมรอบทำให้ดูสวยงามตามธรรมชาติ  อาจารย์เฉลิมชัยได้สร้างหุ่นรูปปั้นที่สวยงามของจ่าแซมตั้งตระหง่านให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ชมศิลปะภาพวาดเล่าถึงเหตุการณ์การวีรบุรุษกู้ภัย โดยมีกลุ่มศิลปะเชียงรายเป็นผู้สร้างสรรค์ และยังมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ คอยบริการเล่าเรื่องเหตุการณ์ในวันนั้นชีวิต13หมูป่า ให้นักท่องเที่ยว

ขุนน้ำนางนอน

ที่มีน้ำออกจากถ้ำหินปูน ไหลตลอดทั้งปี ไม่แห้ง น้ำมีสีเขียวมรกตมองดูแล้วสบายตา สามารถนั่งเล่นดื่มด่ำธรรมชาติ ที่มีต้นไม้สูงใหญ่เงียบสงบ มีพันธุ์ไม่หาอยาก มีสะพานเดินชมป่าพรุ ชมไม้ป่าพรุและ ชมปูดอกข้อแดง ซึ่งเป็นปูที่มีสีสันแปลกตา บนลำตัวมีสีคราม เขียวมรกต มีลายจุดสีขาว และข้อพับมี สีแดง ลำตัวมีขนาดใหญ่ ยาวประ มาณ 6 ซม. ออกปรากฏตัวช่วงฤดูฝน

วัดถ้ำเสาหินพญานาค

เป็นที่ตั้งของวัดตั้งแต่ดั่งเดิมมีลักษณะคล้ายคูน้ำล้อมรอบเมืองสมัยก่อน ทางด้านทิศตะวันตกติดกับภูเขา มีสภาพหุบเขาโอบล้อมอ่างน้ำดูสวยงาม ทั้งยามเช้า และยามเย็น อ่างมีน้ำตลอดทั้งปี และยังมีถ้ำ มีลักษณะเป็นหินย้อยลงมาจรดเบื้องล่างคล้ายเสาบ้านมีหลายๆต้น ถ้ำลึกเข้าไปประมาณ 50-70 เมตร จุดเด่นมีหุบเขาล้อมอ่างน้ำ มีสะพานที่ยื่นข้ามกลางอ่างน้ำ สามารถเดินข้ามไปกราบไหว้พระพุทธรูปภายในถ้ำเสาหินได้ และชมปลาปล่อย ในอ่างกักเก็บน้ำจำนวนมาก

วัดบ้านถ้ำ

เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีวัดที่ติดกับเขา มีถ้ำเล็กถ้ำน้อย มีลิงที่อยู่ภายในวัดบ้านถ้ำตั้งแต่เนินนาน มีหลายฝูงที่อาศัยอยู่ภายในวัด ละยังมีปลาหาดูยาก เช่น ปลาพวงหิน ปลาพุง ปลาหีบไม้ เป็นต้น ทำให้น้ำที่ไหลออกมาจากปล่องถ้ำ มีปลายว่ายสวยงาม และยังมีเป็นถ้ำที่ตั้งอยู่บนผาสูง มีบันไดเดินขึ้น มีรูปปั้นสิงห์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปีอยู่ ภายในถ้ำมีหินงอกเป็นปุ่มทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นที่มาของชื่อว่า ถ้ำปุ่ม เมื่อเดินลึกเข้าไปพบหน้าผา มีหินย้อยอยู่เรียงรายราวกับสายน้ำตกสวยงามมาก มีบ่อน้ำใสที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บ่อน้ำทิพย์ หินย้อยเป็นแนวริ้วสีขาวเรียงต่อกันอย่างงดงาม ตรงสุดถ้ำมีประดิษฐานพระพุทธรูปให้ได้เข้าไปกราบสักการะ

วัดดอยเวา

บริเวณบนพระธาตุดอยเวาองค์พระธาตุยังมีประวัติความเป็นมายาวนาน และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแม่สาย คำว่าเวา เป็นภาษาล้านนา แปลว่า แมงป่อง มีการกลับบูรณะหลายครั้ง และครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมีการค้นพบผอบใส่ พระสารีริกธาตุซึ่งได้บรรจุไว้ที่ฐานเจดีย์ในปัจจุบัน มีรูปปั้นพระนเรศวรมหาราช พระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยา หันหน้าเข้าหาชายแดนประเทศเมียน ด้านบนพระธาตุยังเป็นจุดถ่ายรูปของนักท่องเที่ยว ชอบมาถ่ายรูปวิวทิวทันศ์ภูมิประเทศ ที่มองเห็ได้ทั้งไทย-เมียนมา ที่มีชายแดนติดกันสุดลูกตา

วัดบ้านถ้ำ

เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีวัดที่ติดกับเขา มีถ้ำเล็กถ้ำน้อย มีลิงที่อยู่ภายในวัดบ้านถ้ำตั้งแต่เนินนาน มีหลายฝูงที่อาศัยอยู่ภายในวัด ละยังมีปลาหาดูยาก เช่น ปลาพวงหิน ปลาพุง ปลาหีบไม้ เป็นต้น ทำให้น้ำที่ไหลออกมาจากปล่องถ้ำ มีปลายว่ายสวยงาม และยังมีเป็นถ้ำที่ตั้งอยู่บนผาสูง มีบันไดเดินขึ้น มีรูปปั้นสิงห์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปีอยู่ ภายในถ้ำมีหินงอกเป็นปุ่มทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นที่มาของชื่อว่า ถ้ำปุ่ม เมื่อเดินลึกเข้าไปพบหน้าผา มีหินย้อยอยู่เรียงรายราวกับสายน้ำตกสวยงามมาก มีบ่อน้ำใสที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บ่อน้ำทิพย์ หินย้อยเป็นแนวริ้วสีขาวเรียงต่อกันอย่างงดงาม ตรงสุดถ้ำมีประดิษฐานพระพุทธรูปให้ได้เข้าไปกราบสักการะ

สะพานไม้ไผ่ไร่ผาฮี้

มีลักษณะเป็นสะพานไม้ไผ่เป็นทางเดินยาว ล้อมรอบด้วยทิวเขาและผืนป่า มองเห็นวิวสวย ๆ ได้รอบ 360 องศา ยิ่งถ้าช่วงไหนอากาศดี ๆ คุณจะได้สัมผัสกับลมเย็น ๆ พัดเข้ากระทบหน้า แถมถ่ายรูปสวยกันจนฟินไปเลย